ขอทำเวอร์ชั่นมักง่ายไปก่อนละกัน ทำงาน จ. ถึง ส. แทบไม่มีเวลาอัพบล๊อกเลย =w=


บทที่ 2 ดาบแห่งใจ และคนที่ควรปกป้อง (心の剣 守るべき人)

หลังจากสลบไปตอนท้ายบทที่ 1, โนโซมุจะตื่นขึ้นมาที่ห้องพยาบาลในโรงเรียน ก่อนที่จะคิดว่าเรื่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นคงเป็นแค่ความฝัน แล้วโนโซมุก็ได้เสียงยินซัทซึกิถามว่า "รู้สึกตัวแล้วเหรอ"

โนโซมุเลยหันไปหาซัทซึกิแล้วถามว่า "นั้นมันไม่ใช่ความฝันเหรอ" ซัทซึกิก็เลยตอบกลับมาว่า "เสียใจได้วยนะที่ไม่ใช่ความฝัน ถึงจะอยากให้มันเป็นก็เถอะ" แล้วโนโซมุก็พยายามจะลุกขึ้น แต่เพราะเจ็บบาดแผลเลยทรุดลงไปนอนเหมือนเดิม [แหง่ละ โดนถลุงไปซะยับขนาดนั้น] ซัทซึกิก็เลยบอกให้ใจเย็นๆ แล้วเธอก็อธิบายเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นให้ฟัง โดยเริ่มจากพวกที่บุกมาที่โรงเรียนที่เรียกว่า 'มีเนี่ยน' (ミニオン) นั้นก็เป็นประมาณกองทัพขององค์กรร้ายที่ต้องการจะทำลายล้างโลก โนโซมุก็เลยถามว่ามันมีอยู่จริงเหรอ? ซัทซึกิก็เลยตอบกลับว่ามีจริง โนโซมุก็เลยถามต่อว่าทำไมพวกมันถึงจ้องจะฆ่าเขา ซัทซึกิก็เลยตอบกลับมาว่าเพราะโนโซมุเป็น 'เท็นเซย์ไท' (転生体: การกลับชาติมาเกิด) ของเทพที่ทรงพลังและอันตรายอย่างที่สุด แต่โนโซมุก็ทำท่าทางงงๆ แล้วก็ถามซัทซึกิว่าไม่มีคำอธิบายอื่นที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ? ซัทซึกิก็เลยตอบว่าตัวเธอเองก็รู้ว่ามันเข้าใจยาก แต่นั้นก็เป็นคำอธิบายที่เข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้ว พร้อมกับบอกว่าหลักฐานที่บ่งบอกว่าเป็นความจริงก็คือ 'ชินเค็น' ของโนโซมุเองนั้นแหละ เพราะคนทั่วๆไปนั้นไม่สามารถมีชินเค็นได้ โนโซมุก็เลยถามต่อไปอีกว่าชินเค็นคืออะไร ซัทซึกิก็เลยบอกว่า 'ชินเค็น' นั้นย่อมาจาก 'เอย์เอ็นชินเค็น' (永遠神剣: ดาบเทพนิรันดร์) ซึ่งเป็นอาวุธที่มีพลังมหาศาล พร้อมกับบอกว่าเธอเองก็มีเหมือนกัน และชื่อของมันก็คือ 'โคว์กิ' (光輝: ประกายแสง) และอยู่ในระดับ 6 (ระดับ 1 สูงสุด -> ระดับ 9 ต่ำสุด ถ้าไม่นับพวกระดับพิเศษแบบในภาคแรก) แล้วก็อธิบายต่อไปอีกว่า 'ระดับ' ของชินเค็นนั้นก็บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของชินเค็นนั้นเอง ซึ่งพวกมีเนี่ยนเองก็มีชินเค็นเหมือนกัน เพี่ยงแต่ในระดับที่ต่ำมาก และถ้าหากว่าพวกมีเนี่ยนมีชินเค็นระดับเดียวกับพวกเธอละก็ โรงเรียนทั้งโรงเรียนคงจะราบเป็นหน้ากลองในเวเลาไม่ถึงนาที โนโซมุก็เลยถามอีกว่าแล้วทำไมเขาถึงได้มีชินเค็น ซัทซึกิก็เลยตอบกลับว่า อย่างที่เธอได้บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าคนทั่วไปนั้นไม่สามารถมีได้ เฉพาะคนที่เป็นเทพกลับชาติมาเกิดเท่านั้น เนื่องจากเทพแต่ละคนจะมี 'โอริฮาก้อนเนม' (オリハルコンネーム) [* แต่ในเกมจะเขียนว่า '聖なる神名' (นามอันศักดิ์สิทธิ์ของทวยเทพ) แทน ซึ่งอ่านได้ว่า 'เซย์นารุคานะ' ที่ดันไปพ้องเสียงกับชื่อเกมพอดี, ส่วนความหมายของโอริฮาก้อนเนมนั้นดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia *] สลักติดวิญญาณไปตลอด ต่อให้เวียนว่ายตายเกิดอีกกี่ชาติ 'ชื่อ' นี้ก็ไม่เปลี่ยน โนโซมุก็งงหนักกว่าเก่าแล้วก็ถามว่านี้หมายความว่าเขาเคยเป็นเทพเมื่อชาติก่อนงั้นสิ? ซัทซึกิก็เลยตอบว่าใช่ รวมทั้งตัวเธอเองและโนโซมิด้วย หลังจากนั้นโนโซมุก็ถามถึงเซ็ทซึ ซัทซึกิก็ตอบไปว่าเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเข้าทำร้ายโนโซมุ โนโซมุก็เลยเปลี่ยนคำถามเป็นว่าเมื่อภพก่อนเขาเป็นยังไง ซัทซึกิเองก็เลยบอกว่าเสียใจด้วย แม้แต่ภพก่อนของตัวเธอเองก็ยังไม่รู้เลย บางทีอาจจะต้องค่อยๆระลึกชาติเอาเองละมั้ง แต่ก่อนที่โนโซมุจะถามคำถามต่อไป ซัทซึกิก็บอกว่าเธอลืมอธิบายเกี่ยวกับ 'ชินจูว์' ซะสนิทเลย ว่าแล้วเธอก็เรียกเครอนออกมา

ซัทซึกิก็ทำหน้ายิ้มๆ แล้วบอกว่าเจ๋งดีใช่ไหมล่ะ โนโซมุเลนถามว่า 'เขา' เป็นอะไรกันแน่ ซัทซิกิก็เลยอธิบายว่านี้คือ 'ชินจูว์' (神獣: สัตว์เทพ) [ซึ่งย่อมาจาก 'ชูโกชินจูว์' (守護神獣: สัตว์เทพคุ้มครอง)] คิดง่ายๆซะว่ามันคือรูปร่างของจิตของชินเค็นนั้นเอง ถึงแม้ว่าชินเค็นระดับต่ำๆอาจจะไม่สามารถเรียกชินจูว์ออกมาให้เห็นได้ แต่โดยทั่วไปแล้วชินเค็นแต่ละเล่มจะมีชินจูว์ โนโซมุก็เลยพูดว่า งั้นเขาก็สามารถเรียกชินจูว์เจ๋งๆแบบนี้ได้เหมือนกันงั้นสิ? ซัทซึกิก็เลยบอกว่า เรียกได้แน่นอน เพียงแต่จะเจ๋งหรือเท่หรือไม่นั้นมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แล้วเธอก็เก็บเครอนกลับไป แล้วก็ชี้ไปที่ผ้าม่าน

พอโนโซมุเห็น 'ภูติจิ๋ว' ที่เคยเจอก่อนหน้านี้ก็ถึงกับอึ่ง แล้วก็พูดกับซัทซึกิว่า "อย่าบอกนะว่าเป็นเจ้าเปี๊ยกนี้?" พอภูติจิ๋วได้ยินที่โนโซมุก็เลยของขึ้นแล้วก็พูดว่า "แกเรียกใครว่าเจ้าเปี๊ยกกัน หา!" แล้วก็จระเข้ฟาดหางใส่หน้าโนโซมุไป 1 ดอกโนโซมุก็เลยพูดกับซัทซึกิว่า เจ้านี้เป็นชินจูว์ของโนโซมิแหง่ๆ

แต่ซัทซึกิก็ทำลายความฝันของโนโซมุอย่างไม่เป็นชิ้นดีด้วยการบอกว่า "เสียใจด้วยนะที่มันไม่ใช่" โนโซมุก็เลยเข้าใจสัจธรรมว่า รูปร่างของชินจูว์นั้นไม่ได้สัมพันธ์กับนายของมันแม้แต่น้อย จากนั้นโนโซมุก็ถามภูติจิ๋วว่าเธอนะใช่ชินจูว์ของเขาจริงๆเหรอ ภูติจิ๋วก็เลยตอบว่าใช่แล้ว เธอเป็นชินจูว์ของเอย์เอ็นชินเค็นระดับ 5 'เรย์เมย์' ที่โนโซมุมีนั้นแหละ ถึงแม้ว่าตอนนี้ตัวเธอเองจะยังไม่มีชื่อก็ตาม แล้วเธอก็บอกให้โนโซมุตั้งชื่อกับเธอ

ซัทซึกิก็เลยเสริมว่ามันเป็นของตายอยู่แล้วที่คนที่เป็นพ่อก็ควรจะเป็นคนตั้งชื่อสิ โนโซมุก็เลยแย้งว่าผมไม่ใช่พ่อใครที่ไหน! [แต่แกก็คิดชื่อให้] จากนั้นโนโซมุก็เลยบอกว่าในเมื่อเป็นชินจูว์ของเรย์เมย์ ก็ควรจะตั้งชื่อที่สัมพันธ์กับชื่อนั้น ซึ่งทั้ง 2 คนก็เห็นด้วย โนโซมุก็เลยเสนอว่า 'เรเมะ' ไป ซัทซึกิก็เลยบอกว่าเซนส์การตั้งชื่อเห่ยชะมัด [และมันจะยังคงเห่ยอย่างนั้น...ต่อไป] เรเมะ(ชั่วคราว?) ก็เลยบอกว่าจะชื่อไหนก็ไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือการมีชื่อตะหา และในเมื่อเธอมีชื่อแล้ว ก็อย่ามาเรียกเธอว่า 'เจ้าเปี๊ยก' หรือ 'เจ้าจิ๋ว' อีก แล้วจู่ๆเรเมะก็ถามซัทซึกิว่าชอบโนโซมุรึเปล่า?

ทำเอาซัทซึกิจับต้นชนปลายไม่ถูกไปพักใหญ่ แต่ก็เหมือนฟ้าจะเข้าข้างซัทซึกิ เพราะโนโซมิตื่นขึ้นมาพอดี ทำให้ซัทซึกิสบโอกาสและเปลี่ยนเรื่องหนีไปทันที เรเมะก็เลยทำหน้าเซ็งๆ แล้วก็พูดขึ้นลอยๆว่า "ชิ! 'ไหล'ไปจนได้.."

หลังจากนั้นโนโซมิที่พึ่งตื่นก็เข้ามาดูอาการของโนโซมุ แล้วก็ทำความรู้จักกับเรเมะ หลังจากนั้นซัทซึกิก็บอกให้โนโซมิช่วยเธอพยุงโนโซมุขึ้นไปบนด่านฟ้าเพื่อให้โนโซมุรู้ถึงสถานะการณ์ในปัจจุบัน

ระหว่างทางเรเมะก็พูดคุยกับโนโซมุผ่านทางโทรจิตว่า "ที่เรียกว่าดอกไม้ในมือทั้งสองมือมันเป็นอย่างนี้เอง" แต่โนโซมุที่ยังคุยกับเรเมะทางโทรจิตไม่เป็นก็พูดออกมาโจ้งๆ ซัทซึกิกับโนโซมิก็เลยถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า เรเมะก็เลยสอนวิธีพูดคุยทางโทรจิตกับเธอว่าแค่คิดไว้ในใจเฉยๆก็พอ แล้วตัวเธอจะรับรู้ได้เอง โนโซมุก็เลยบอกว่าแบบนี้มันก็สะดวกดีเหมือนกัน 

หลังจากนั้นทั้ง 3 คนก็มาถึงด่านฟ้า แต่ทิวทัศน์ที่เห็นนั้นเป็นป่าเขา ซัทซึกิก็เลยอธิบายว่าตอนนี้พวกเราทั้งหมดอยู่ที่อีก 'โลก' หนึ่งไปซะแล้ว แล้วก็บอกให้โนโซมุทำใจซะ เพราะการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดได้เริ่มขึ้นแล้ว...


- continue to Part 2 -

Comment

Comment:

Tweet